...ช่างปั้นหม้อ
ปั้นหม้อขึ้นมาจากดินเหนียว
พอเสร็จแล้วก็วางเรียงกันไว้
หม้อใบไหนปากเบี้ยว
ใบไหนไม่สวย
ใบไหนตั้งโงนเงน...ก็ทุบทิ้ง
...พระเจ้า...ก็เช่นกัน
สร้างมนุษย์ขึ้นมาจากดินโคลนอันต่ำต้อย
ใครไม่เชื่อไม่ศรัทธา ไม่นับถึอ
พระเจ้าก็ทำลาย
ใครเชื่อ ใครศรัทธา ใครนับถือ
ก็ต้องตายเสียทุกคนไป. |

|

|
พระเจ้าท่านสร้างมนุษย์ขึ้นมาเองกับมือของท่าน
ท่านก็ติว่าเลวบ้าง ไม่ดีบ้าง
แล้วก็ลงโทษจะถูกหรือ
หม้อที่ตั้งบิดเบี้ยว
หม้อที่ตั้งโงนเงนน่าชังนั้น
มันมิใช่ความผิดของมือท่านปั้นดอกหรือ
ลองคิดตรองดูที. |
ช่างปั้นหม้อกำลังขยำดินเหนียว
ดินก็ร้อง ออด.. แอด... ออด... แอด
ด้วยมันไม่อยากจะเป็นหม้อ
พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมา
เมื่อท่านสาบเช่ง
ข่มเหงรังแกหนักเข้า
มนุษย์ก็หลีกหนีได้เหมือนกัน. |

|

|
พระเจ้าหลอก
ๆ
เอานรกมาขู่ เอาสวรรค์มาล่อ
มนุษย์โง่ ๆ
ก็เชื่อฟังและนับถือ
ยามท่านกริ้ว
ยามท่านโกรธขึ้นมา
ท่านก็ทำลายเสีย.....
นึกว่าของ ๆ ท่าน
สร้างมาเองไม่ได้ยืมใครมา
จะทำอย่างไรก็ได้. |
อันธรรมะที่ดี
ของศาสดาก็น่าชอบใจและน่าปฎิบัติอยู่
อีกทั้งสวรรค์อันวิเศษและงดงามก็น่าไปอยู่
แต่ก็อีกนั่นแหละ
จะจริงหรือไม่จริงก็ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา
สู้กำทุนคือความสุขตรงหน้าเราตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือ
ก่อนจะแสวงหากำไรที่มีอยู่จริงหรือไม่จริง
และรับรู้ด้วยจิตวิญญาณหรือตาก็ไม่ได้. |
 |

|
อันธรรมะที่ดี
ๆ
ของศาสดาก็น่าชอบใจและน่าปฎิบัติอยู่
อีกทั้งสวรรค์อันวิเศษและงดงามก็น่าไปอยู่
แต่ก็อีกนั่นแหละ...
จะจริงหรือไม่จริงก็ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา
สู้กำทุนคือความสุขตรงหน้าเราตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือ
ก่อนจะแสวงหากำไรที่มีอยู่จริงหรือไม่จริง
และรับรู้ด้วยจิตวิญญาณหรือตาก็ไม่ได้. |
ไม่สมปรารถนาก็โศรกเศร้า
ครั้นสมดั่งใจก็ลิงโลดดีใจ
ดั่งก้อนน้ำแข็งวางไว้บนกองฝุ่น
ยามฝุ่นพัดกลบก็มัวหมอง
ยามปราศจากฝุ่นก้อนน้ำแข็งก็แวววาว
ถึงจะแวววาวงามสักปานใด
ครู่เดียวความงามก็ละลายหายไปบนกองฝุ่นฝอย
...ชีวิตเราจะมีบุญหรือกรรมมากมายสักเพียงใด
ในไม่ช้าต่างก็ต้องสูญหายไปหมดสิ้น
เหมือนดั่งก้อนน้ำแข็งละลาย... |

|
 |
เหล่าศาสดา
สาวก และนักปราชญ์
ต่างก็ถกเถียงกันถึงชาติก่อนและชาติหน้า
ทั้งนรกและสวรรค์มานานแสนนาน
ที่สุดก็สิ้นสุดลงที่ปากหลุม
จนตายก็เอาแน่เอานอนตรงไหนไม่ได้
...ความโง่ที่จะเอาชนะความโง่ด้วยกันนั้นดีหรือ
สู้หาอะไรบำรุงชีวิตให้เป็นสุขเสียก่อนตายจะดีเสียกว่า. |
มนุษย์เราเกิดมาในโลกนี้ทำไม
มาจากไหนไม่มีใครรู้จริง
ป่วยการที่จะถามว่าตายแล้วจะไปไหน
อุตสาห์หาคาวมสุขไว้เป็นกำไรแต่นี้เถิด
อย่าเพ้อหาสวรรค์วิมานไปเลย
เสียแรงเปล่า
เมื่อตายไปแล้วก็จะไม่ได้พบเห็นอีกต่อไป. |

|
 |
ถ้าถามว่าสวรรค์อยู่ที่ไหน
ไปทางใดไม่มีใครตอบได้
เข้าใจว่าต้องตายไปแล้วเท่านั้นจึงจะรู้
เหตุใดเราไม่หาความสุขเสียแต่ตอนยังมีชีวิตอยู่
นี่แหละที่เรียกว่าสวรรค์อย่างแท้จริง
เห็นด้วยตาและจับต้องได้
สวรรค์ตอนตายไปแล้วใครเชื่อก็โง่เต็มที. |