กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี
:
สำนวนคำพังเพยประโยคนี้เป็นสำนวนเก่า
ซึ่งอาจจะมีมาจากครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ได้เพราะปรากฏมีหลักฐานในเสภาขุนช้างขุนแผน
ตอนเถรกวาดแก้แค้นพลายชุมพลตอนหนึ่งด้วยว่า
"
คนดีไม่สิ้นอยุธยา
"
สำนวนนี้เป็นความหมาย
ี้อธิบายอยู่ในตัวแล้ว
" คนดี "
ก็คือคนเก่งหรือผู้มีความสามารถในทางต่อสู้และความคิดอยู่พร้อม
อย่าชะล่าใจนักจักเสียที.
กลิ้งครกขึ้นภูเขา
: สำนวนนี้
มักจะพูดกันว่า
''เข็นครกขึ้นภูเขา
''
กันส่วนมาก
แต่แท้จริง ''
ครก ''
ต้องทำกริยา
'' กลิ้ง ''
ขึ้นไปจึงจะถูก
กล่าวคำว่า ''
เข็น '' แปลว่า
เรื่องที่กำลังจะทำหรือจะทำให้สำเร็จบรรลุผลนั้น
ยากลำบากแสนเข็ญมิใช่ของที่ทำได้ง่ายนักเปรียบได้กับ
การกลิ้งครกขึ้นภูเขาไปสู่ยอดเขา
กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
:
แปลว่าหมดหนทางที่จะทำหรือไม่รู้จะทำอย่างไรดีหรือ
เป็นการทำให้ตัดสินใจไม่ถูก
เพราะจะไม่ทำลงไปก็ไม่ดี
ทำลงไปก็ไม่ดีเป็นการยากที่จะตัดสินใจทำลงไปได้ง่าย
เหมือนก้างปลาหรือเศษอาหารอะไรอย่างหนึ่ง
เข้าไปติดอยู่กลางลำคอกลืนก็ไม่เข้าคายก็ไม่ออก.
กว่าถั่วจะสุก
งาก็ไหม้ :
สำนวนพังเพยนี้
มาจากการคั่วถั่วกับงาในกระทะเดียวกัน
ถั่วเป็นของสุกช้างาสุกเร็วมัวรอไห้ถั่วสุก
งาก็ไหม้เสียก่อน
สำนวนนี้หมายถึงการทำอะไรสองอย่างพร้อมกันหรือทำอะไรสักอย่างที่ไม่รอบคอบ
มัวคิดแต่จะได้ทางหนึ่งต้องเสียทางหนึ่งในความหมายอีกแง่ก็แปลว่าการทำอะไรมัวรีรออยู่
ไม่รีบลงมือทำเสียแต่แรกครั้นพอลงมือจะทำ
ก็ไม่ทันการเสียแล้วเพราะคนอื่นเขาเอาไปทำเสียก่อน.
กำขี้ดีกว่ากำตด
:
ความหมายว่า
ได้ในสิ่งที่เห็นหรือเป็นของได้แน่
ดีกว่าคิดอยากได้ในสิ่งหรือของที่ไม่เห็นเหมือนไม่มีตัวตน
การกินการอยู่ใครไม่สู้พ่อ
การพายการถ่อพ่อไม่สู้ใคร
:
สำนวนนี้อธิบายความหมายอยู่ในตัวแล้วแสดงว่า
เรื่องกินแล้วเก่งจนไม่มีใครสู้แต่ถ้าเรื่องงานแล้วยอมแพ้
ซึ่งแปลว่าขี้เกียจนั้นเอง.
กินที่ลับไข่ที่แจ้ง
: สำนวนนี้
มีความหมายไปในทำนองที่ว่า
ทำอะไรไว้ในที่ลับแล้วอดปากไว้ไม่ได้เอามาเปิดเผย
ให้คนทั้งหลายรู้เพื่อจะอวดว่าตนกล้าหรือสามารถทำอย่างนั้นได้โดยไม่กลัวใครผิดกฎหมาย
อะไรทำนองนั้นหรือไม่กลัว
กินน้ำใต้ศอก
:
หมายไปในทางที่ว่าถึงจะได้อะไรสักอย่างก็ไม่เทียมหน้าหรือไม่เสมอหน้าเขา
เช่นหญิงที่ได้สามี
แต่ต้องตกไปอยู่ในตำแหน่งเมียน้อย
ก็เรียกว่า
"กินน้ำใต้ศอกเขา"
ที่มาของสำนวนนี้
คนในสมัยก่อนอธิบายว่า
คนหนึ่งเอาสองมือกอบน้ำมากิน
มากิน
อีกคนหนึ่งรอหิวไม่ไหวเลยเอาปากเข้าไปรองน้ำที่ไหลลงมาข้อศอก
ของคนกอบน้ำกินนั้นเพราะรอหิวไม่ทันใจ.
กินบนเรือน
ขี้รดบนหลังคา
:
แปลว่าคนที่เนรคุณคนเปรียบได้กับคนที่อาศัยพักพิงบ้านเขาอยู่แล้ว
คิดทำมิด
ีมิชอบให้เกิดขึ้นภายในบ้านนั้น
ทำให้เจ้าของบ้านที่ให้อาศัยต้องเดือดร้อนคนโบราณเอาลักษณะของแมวที่ไม่ดี
คือกินแล้วไม่ขี้ให้เป็นที่กลับขึ้นไปขี้บนหลังคาให้เป็นที่สกปรกเลอะเทอะเพราะคนสมัยก่อนต้องการให้หลังคาสะอาดเพื่อรองน้ำฝนไว้กิน
จึงเอาแมวชั่วนี้
มาเปรียบเทียบกับคนชั่วที่ไม่รู้จักบุญคุณคน.
กินปูนร้อนท้อง
:
สำนวนนี้มาจากตุ๊กแก
ว่ากันว่า
ตุ๊กแกที่กินปูน
(ปูนแดงที่กินกับหมากพลู
)
มักจะทำอาการกระวนกระวาย
ส่งเสียงร้องแกร็กๆ
เหมือนอาการร้อนท้องหรือปวดท้อง
จึงนำเอามาเปรียบกันคนที่ทำพิรุธหรือทำอะไรไว้ไม่อยากให้ใครรู้แต่เผอิญมีใครไปแคะได้
หรือเรียบเคียงเข้าหน่อยทั้ง
ๆ
ที่เขาไม่ได้เจตนาเจาะจงแต่ตัวเอง
ก็แสดงอาการเป็นเชิงเดือดร้อนออกมาให้เขารู้
สำนวนนี้มักพูดกันว่า
"
ตุ๊กแกกินปูนร้อนท้อง
".
กินน้ำเห็นปลิง
: แปลว่า
สิ่งใดที่ต้องการ
ถ้าสิ่งนั้นมีสิ่งที่น่ารังเกียจ
หรือไม่บริสุทธิ์ก็ทำให้รังเกียจหรือตะขิดตะขวงใจไม่อยากได้
เปรียบดังที่ว่าปลิงเป็นสัตว์น่ารังเกียจอยู่ในน้ำ
เวลากินน้ำมองเห็นปลิงเข้าก็รู้สึกรังเกียจขยะแขยงไม่อยากกิน
สำนวนนี้มีนักเขียนเอามาเขียนเอามาตั้งเป็นชื่อหนังสือเล่มหนึ่ง.
|
เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน
: " เบี้ย "
ในสมัยก่อนเป็นพวกหอยชนิดหนึ่งเรียกว่า
" เบี้ยจั่น
"
ใช้เป็นเงินแลกเปลี่ยนซื้อของได้
แต่มีราคาต่ำแปลตามตัวอักษรนี้ก็ว่าเก็บเบี้ยที่ตกอยู่ตามใต้ถุนร้าน
หรือแผงลอยวางของขายซึ่งตกหล่นอยู่บ้าง
เพราะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเบี้ยกับของโดยไม่เห็นว่าจะเป็นเบี้ยมีราคาต่ำ
สำนวนนี้จึงแปลความหมายว่าถึงจะทำงานเล็กใหญ่
หรือค้าขายอะไรก็ตาม
ก็พยายามค่อย
ๆ
ทำให้มีผลได้แม้เล็ก
ๆ น้อย ๆ
ก็ยังดีกว่าปล่อยให้หลุดลอยไปเสีย.
|
|
เกลียดขี้ขี้ตาม
เกลียดความความถึง
: สำนวนนี้
ไม่ทราบที่มาหรือมูลของสำนวนแน่ชัด
แต่ก็เป็นที่รู้
ความหมายกันทั่วไปว่า
หมายถึง
การที่คนเราเกลียดสิ่งไหนแล้วมักจะได้สิ่งนั้นเปรียบได้กับชายที่เกลียด
ผู้หญิงขี้บ่นจู้จี่แต่มักลงท้ายกลับไปได้ภรรยาขี้บ่นจู้จี่เข้าจนได.
้
เกลียดตัวกินไข่
เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง
:
สำนวนนี้มีความหมายแตกต่างกับประโยค
"
เกลียดขี้ขี้ตาม
"
เพราะแปลความหมายไปในทางที่ว่าเกลียดตัวเขาแต่อยากได้ผลประโยชน์จากเขา
หรือของ ๆ
เขา
ตามความหมายเปรียบเทียบของสำนวนที่ว่าเช่นเกลียดปลาไหลในรูปร่างของมัน
แต่เมื่อเอามาแกงมีรสหอม
ก็ทำให้อดอยากกินแกงไม่ได้ถึงแม้จะไม่กินเนื้อปลาไหลเลยก็ตาม.
แกว่งเท้าหาเสี้ยน
:
หมายถึงคนที่ชอบทำอะไรเป็นการสอดแทรกเข้าไปยุ่งกับเรื่องของผู้อื่นเข้า
จนกระทั้งกลาย
เป็นเรื่องกับตัวเองจนได้เสมอ
เรียกว่าชอบสอดเข้าไปเกี่ยวสำนวนในปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้เป็นว่า
"
แกว่งปากหาเท้า
"
เสียแล้ว
เพื่อให้ความชัดเจนขึ้น.
ไก่กินข้าวเปลือก
:
สำนวนคำพังเพยประโยคนี้
ถ้าพูดให้เต็มความก็ต้องพูดว่า
"
ตราบใดที่ไก่ยังกินข้าวเปลือกอยู่
ตราบนั้นคนเราก็ยังอดกินสินบนไม่ได
"
เข้าใจว่าเป็นคำพังเพยของจีน
ๆ
เอามาใช้เป็นภาษาของเขาก่อน
แล้วไทยเราเอามาแปลเป็นภาษาไทยใช้กันอยู่มากในสมัยก่อน
ๆ.
ใกล้เกลือกินด่าง
:
หมายความว่า
สิ่งที่หาได้ง่ายหรืออยู่ใกล้ไม่เอา
กลับไปเอาสิ่งที่อยู่ไกลหรือหายากเปรียบได้ว่าเกลือหาง่ายกว่าด่าง
ความหมายอีกทางหนึ่งหมายถึงว่าอยู่ใกล้กับของดีแท้
ๆ
แต่ไม่ได้รับเพราะกลับไปคว้าเอาของที่ดี
หรือมีราคาด้อยกว่าคือด่างซึ่งมีรสกร่อยหรืออ่อนเค็มกว่าเกลือ.

|