ขนมพอผสมกับน้ำยา : ที่มาของสำนวนคำพังเพยนี้เข้าใจว่ามาจาก
" ขนมจีนน้ำยา "
ที่เราเคยรับประทานกันมาแล้ว
คือ
ขนมจีนกับน้ำยาจะต้องผสมให้เข้ากันหรือได้ส่วนพอเหมาะ
จึงจะรับประทานอร่อยเรียกว่าเวลาตักน้ำยาราดขนมลงบนขนมจีน
ต้องกะส่วนให้พอลงคลุกผสมกับขนมจีนได้พอเหมาะ
หรือให้มีสัดส่วนเข้ากันพอดีทั้งสองฝ่าย
เมื่อรับประทานแล้วเกิดอร่อยไม่ใช่ว่าขนมจีนอร่อย
หรือน้ำยาอร่อยแต่อร่อยด้วยกันทั้งสองอย่าง
เรียกว่า " พอดีกัน "
จึงเกิดเป็นสำนวนที่ตีความหมายเอาว่า
ทั้งสองฝ่ายต่างพอดีกัน
จะว่าข้างไหนดีก็ไม่ได้.
 |
ขี่ช้างจับตั๊กแตน :
หมายความว่า
ลงทุนเสียมากมายเพื่อทำงานเล็ก
ๆ เท่านั้น
เป็นทำนองว่าผลประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มกับที่ลงทุน
หรือทำให้เป็นการใหญ่โตเลย
หรือแปลความหมายสั้น ๆ
" ทำงานใหญ่เกินตัว "
|
ขี่ช้างอย่าวางของ : เป็นสำนวนเปรียบเทียบเตือนใจว่าการที่มีลูกน้อง
หรือมีผู้น้อยอยู่ในความปกครอง
บังคับบัญชาของเรา
ก็อย่าประมาทละเลยเสีย
ต้องหมั่นกวดขันกำชับ
เปรียบได้กับคนขี่ช้างต้องคอยถือขอสับช้างบังคับช้างไว้อยู่ตลอดเวลา
ถ้าวางของหรือไม่ใช้ขอคอยสับไว้
ช้างก็อาจพาลเกเรไม่ทำงานได้.
ขี้ก้อนใหญ่ให้เด็กเห็น
: สำนวนนี้หมายถึง
การทำอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดี
เป็นเรื่องชั่วร้ายเลวทรามหรือการทุจริต
โดยไม่มีความละอายใจให้ผู้อื่นเห็น
โดยเฉพาะหมายถึงผู้ใหญ่ที่ทำให้ผู้น้อยเห็นอย่างชัดแจ้ง.
เข้าเมืองตาหลิ่ว
ต้องหลิ่วตาตาม :
แปลตามประโยคสำนวนก็ว่า
เข้าเมืองตาบอดข้างเดียว
ถึงแม้ตาเราไม่บอด
ก็ต้องทำตาบอดข้างเดียวตามเขาไปด้วย
( ตาหลิ่ว
ในที่นี้หมายถึงตาบอดข้างเดียวหรือคนตาเดียว
ไม่ใช่หมายถึงทำตาหลิ่ว
หรือหลิ่วตา )
หมายความว่า
ที่แห่งใดเขาประพฤติตามเขาไปด้วย
อย่าไปประพฤติขัดแย้งกับเขา.
ขว้างงูไม่พ้นคอ : หมายความว่า
มีภาระหรือมีเรื่องเดือดร้อน
ทั้งของตนเองและที่เกี่ยวข้องอยู่
แต่ไม่สามารถจะแก้ไขให้รอดพ้นไปได้.
ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง
:
สำนวนนี่เปรียบเทียบได้สองทาง
ทางหนึ่งก็หมายถึงสิ่งที่แลดูภายนอกเป็นของดีหรือของแท้
แต่แท้จริงแล้วกลับไม่ใช่ของดี
หรือของแท้นัก
อีกทางหนึ่งก็เปรียบได้กับสตรีที่งามแต่รูป
แต่กิริยาและความประพฤติไม่ดี
หรืองามเหมือนรูป
ซึ่งตรงกันข้ามกับอีกสำนวนหนึ่งที่ว่า
" ข้างนอกขรุขระ
ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง "
ข้างนอกขรุขระข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
: สำนวนตรงข้ามกับ
" ข้างนอกสุกใส "
คือดูแต่ภายนอกไม่งาม
แต่แท้จริงกลับเป็นของแท้ของงาม
สตรีที่มีรูปร่างขี้ริ้วไม่งดงาม
แต่กิริยามารยาทเรียบร้อย
จิตใจก็ดีงาม
ตรงข้ามกับรูปร่าง.
ข้าวใหม่ปลามัน :
คนในสมัยโบราณถือว่า "
ข้าวใหม่ปลามัน "
คือข้าวที่เก็บเกี่ยวในครึ่งปีหลัง
เป็นข้าวที่ดีกว่าข้าวเก่า
และปลาเป็นอาหารคู่กับข้าว
" ปลามัน "
หมายถึงปลาในฟดุน้ำลดมีมันมาก
รับประทานอร่อย
จึงมาผูกเป็นสำนวนพังเพยเปรียบเทียบเช่น
สามีภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานกันใหม่
ๆ
ย่อมจะอยู่ในระหว่างกำลังเสพสุขสมรสมีรสชาติ.
เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า
: สำนวนนี้
เวลาพูดมักจะใช้คำตรง ๆ
ว่า "
เขียนด้วยมือลบด้วยตีน
"
เป็นความเปรียบเปรยถึง
คนที่แต่แรกทำความดีจนเป็นที่เชื่อถือไว้แล้ว
แต่ภายหลัง
กลับทำความชั่วลบล้างความดีของตนเสียง่าย
ๆ
หรือเปรียบอีกทางหนึ่งถึงคนที่ออกคำสั่ง
หรือให้สัญญาไว้แต่แรกอย่างหนึ่ง
แล้วปุบปับกลับเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือสัญญานั้นเสีย
ให้อยู่ในลักษณะตรงข้ามโดยไม่มีเหตุผล.
เขียนเสือให้วัวกลัว : ตามธรรมชาติ
เท่าที่รู้จักกันอยู่ว่า
วัวเป็นสัตว์ที่กลัวเสืออยู่มาก
แม้จะมีรูปร่างใหญ่โตกว่าเสือก็ตามแต่
และวัวมักจะเป็นเหยื่อเสือเสียส่วนมาก
เขาจึงเอามาเป็นสำนวนพังเพยเปรียบเทียบถึง
การที่ทำอะไรอย่างหนึ่งเพื่อให้เป็นการข่มขู่อีกฝ่ายหนึ่งไว้ก่อนให้กลัว
เรียกว่า "
เขียนเสือให้วัวกลัว ".
ขมินกับปูน :
สำนวนนี้หมายถึง
คนที่ไม่ลงลอยกัน หรือ
รสนิยมเข้ากันไม่ได้
เมื่ออยู่ใกล้กัน
ก็มักเป็นปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน
เปรียบดังขมิ้นกับปูนที่กินกับหมาก.
 |