|
จอดเรือไม่ดูท่า
ขี่ม้าไม่ดูทาง :
หมายถึง
การทำอะไรไม่พิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน
ซึ่งอาจจะเกิดการผิดพลาดหรือเสียหายได้
เปรียบได้กับการจอดเรือหรือขี่ม้า
ถ้าไม่ตรวจดูท่าจอดให้แน่นอน
หรือไม่ดูหนทางที่จะขี่ม้าไปว่าจะเหมาะหรือไม่
ผลเสียหายก็ย่อมเกิดขึ้นได้
สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า
" จอดเรือให้ดูฝัง
จะนั่งให้ดูพื้น "
ซึ่งมีความหมายในทางตักเตือนไว้ก่อน.
จ้าวไม่มีศาล
สมภารไม่มีวัด : เป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงคนที่เร่ร่อนไม่มีที่อยู่ประจำเป็นหลักแน่นอน.
โจรปล้น
๑๐
ครั้งไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว
: สำนวนนี้มีความหมายอธิบายอยู่ในตัวแล้ว
ถึงแม้คนเราจะถูกโจรขึ้นปล้นบ้านสัก
๑๐
ครั้งหรือมากกว่านั้น
ก็ยังไม่ทำให้ข้าวของ
หรือทรัพย์สินบางอย่างภายในบ้านเราถึงขนาดหมดเกลี้ยงตัวเลยทีเดียวนัก
แต่ไฟไหม้ครั้งเดียว
เผาผลาญทั้งทรัพย์สิน
และที่อยู่เราวอดวายเป็นจุลไปหมด
โบราณจึงว่า "
โจรหรือขโมยขึ้นบ้านสัก
๑๐
ครั้งไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว
".
จับปลาสองมือ
: เป็นสำนวนหมายถึง
คนที่มุ่งหวังอยากจะได้ทีเดียวพร้อม
ๆ กันสองอย่าง
โดยไม่คำนึงว่าตนเองมีความสามารถที่จะทำได้หรือไม่
เปรียบได้กับการใช้มือจับปลาตัวเดียวให้มั่นดีกว่าจับด้วยมือเดียวหรือข้างละตัว
ซึ่งอาจจะไม่มั่นพอ
ทำให้ปลาทั้งสองตัวหลุดตกน้ำไปหมดเลยก็ได้
สำนวนนี้เปรียบเทียบได้กับการที่ผู้ชายเราคิดจะมีภรรยาทีเดียวสองคน
โดยวิธีเกี้ยวผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกัน.
จับแพะชนแกะ
: หมายถึง
การทำอะไรที่ขาดความเรียบร้อยไม่เป็นกิจลักษณะ
คือเอาทางโน้นมาใช้ทางนี้
เอาทางนี้ไปแทนทางโน้น
สับสนวุ่นวายไปหมดหรือทำให้ไม่ประสานกันหรือไม่ต่อเนื่องกัน
เท่ากับเอาแพะมาชนกับแกะ
เพราะแกะเป็นสัตว์ต่างพันธุ์หรือต่างชนิดกัน
และไม่เคยปรากฏว่าแพะกับแกะจะมีผู้เคยเอามาชนกันมาก่อน.
จับเสือมือเปล่า
: สำนวนนี้
ใช้เปรียบกับการที่ทำงานอะไรสักอย่างโดยไม่ต้องลงทุน
หรือไม่มีทุนจะลงเลย
ซึ่งอาจจะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ก็ตามเรียกว่าเป็นการลองเสี่ยง
หรือใช้ความสามารถของตนเองเป็นหลักใหญ่เข้าทำ.
จับปูใส่กระด้ง
: โดยสัญชิาตญาณ
ปูมักไม่คอยจะอยู่นิ่งเมื่อจับไปวางตรงไหน
มันก็พยายามจะไต่ไปไต่มาเพื่อจะหาทางออก
หรือคิดหนีไปท่าเดียว
เปรียบได้กับคนหรือเด็กเล็ก
ๆ ที่ซกซนอยู่ไม่นิ่ง
ถึงจะอยู่ในที่บังคับอย่างไรก็จะดิ้นหรือซนเรื่อยไป.
|

|
จุดไต้ตำตอ
: สำนวนนี้
หมายถึงการพูดกล่าวขวัญหรือทำอะไรสักอย่าง
โดยผู้พูดหรือผู้ทำไม่รู้จักคนผู้นั้นครั้นพอรู้ความจริง
ผู้พูดหรือผู้ทำกลายเป็นคน
" ห้าแต้ม " ไปเลย
ถ้าเป็นการพูดกล่าวขวัญในทางร้ายหรือนินทาด่าคนผู้นั้นเข้า
ดีไม่ดีก็ต้องเคราะห์ร้ายเปรียบเหมือนจุดไต้ไปตำเข้ากับตอถึงไฟดับ
สำนวนนี้เข้าใจว่า
มาจากการจุดไต้ให้ไฟสว่างของคนสมัยโบราณ
ซึ่งใช้เป็นไฟฉายส่องทาง
แล้วเอาไต้ไฟไปชนเข้ากับต่อถึงดับ.
|

|