http://www.siamtower.com

Shine.gif (1153 bytes)หอคอยแห่งสัจธรรมเพื่อชีวิตและงานShine.gif (1153 bytes)

Shine.gif (1153 bytes)  ชีวิตและงาน    Shine.gif (1153 bytes)  ทำนาย-ทาย-ทัก    Shine.gif (1153 bytes)  หอคอยแห่งปรัชญา   Shine.gif (1153 bytes)  ศาสนา-ลัทธิ    Shine.gif (1153 bytes)  โภชนาการ    Shine.gif (1153 bytes)  เพศศึกษา 25 น.

สุภาษิต และ สำนวนไทย

-  -  - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตกกระไดพลอยโจน  : สำนวนนี้ทางหนึ่งหมายถึง ว่ากันว่าการทำอะไรที่บังเอิญเกิดผิดพลาดขึ้น  โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง  หรือทำไปได้ครึ่งแล้ว  ก็จำต้องทำมันต่อไปให้เสร็จสิ้นเสียเลยเรียกว่า  " พลอยโจน "  อีกทางหนึ่ง  คงจะหมายถึงการพลอยผสมโรงหรือพลอยตามไปด้วยกับเขา  ทำนองเดียวกับที่ว่า  เห็นคนอื่นตกกระได  ตนเองก็เลยพลอยโจนตามโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง  แต่อีกทางหนึ่ง  อาจหมายความได้ว่าการกระทำอะไรบังเอิญผิดพลาด  คือ  " ตกกระได "  ก็เลยใช้วิธีกระโจนลงไปเสีย  เพื่อไปตั้งหลักเอาใหม่ดีกว่าปล่อยให้ตกกลิ้งลงไป.
ติเรือทั้งโกลน  :  เป็นสำนวนหมายความว่า  ชิงติงานที่เขาเริ่มทำใหม่ ๆ เสียก่อน  ยังไม่ทันได้เห็นผลงานของเขา  หรือเรียกว่า  มีปากก็ติพล่อย ๆ โดยไม่รู้ว่า  ฝีมือเขาจะเป็นยังไง  " โกลน "  ในสำนวนนี้หมายถึง  ซุง  ทั้งต้นที่เขาเอามาเกลาหรือถากตั้งเป็นรูปขึ้นก่อนเพื่อจะต่อเป็นเรือขุด  โกลนในชั้นแรกจึงดูไม่ค่อยเป็นรูปร่างดี  ต่อเมื่อโกลนดีแล้ว  จึงตบแต่งค่อยเป็นค่อยไปจนเป็นรูปเรือ.
ตีงูให้กากิน  :  หมายถึง  การลงทุนลงแรงทำอะไรขึ้นอย่างโดยไม่ได้เกิดประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น  เปรียบเหมือนตีงูซึ่งต้องใช้ความกล้าหรือกำลังเล่นงานงู  แต่ครั้นพองูตายแล้วก็เอามาทำประโยชน์อะไรไม่ได้  ต้องทิ้งหรือปล่อยให้กามาจิกกินเอาตามสบาย  กา  หรือ  อีกา  ในสมัยก่อนได้เห็นกันมาก  จึงมักจะเอามาผูกเป็นสำนวนพังเพยอยู่ด้วยเสมอ  เช่น  " กาหน้าดำ  เขาจำหน้าได้ "  " กาคาบพริก "  หรือ  " สาวไส้ให้กากิน "  เป็นต้น.
ตีวัวกระทบคราด  :  เป็นสำนวนหมายถึง  การแสร้งทำหรือแสร้งพูด  เพื่อให้กระทบกระเทือนไปถึงอีกฝ่ายหนึ่ง  การเอาวัวกับคาดมาเปรียบ  ก็เพราะคราดซึ่งใช้เป็นเครื่องมือกวาดลานฟางหรือหญ้าในนานั้นผูกเป็นคันยาวใช้วัวลากและคราดจะเป็นฝ่ายกระตุ้นให้วัวทำงานลากคราดไป  ซึ่งผลงานคงจะอยู่ที่คราดเป็นตังกวาด  เมื่อคราดไม่ทำงานก็เลยใช้วิธีตีวัวให้ลากคราด  เป็นทำนองว่า  " ตีวัวกระทบคราด "  วัวเลยกลายเป็นแพะรับบาปเพราะคราด  ความหมายคล้ายกับว่า  เราทำอะไรคนหนึ่งไม่ได้  เช่น  โกรธเขาแต่กลับไปเล่นงานสัตว์เลี้ยงหรือคนใกล้ชิดของเขา  เป็นการตอบแทน.

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  :  สำนวนนี้  โบราณมักใช้พูดกันมาก  หมายถึงการกระทำอะไรสักอย่างที่ไม่เหมาะสมหรือได้สมดุลกัน  หรือใช้จ่ายทรัพย์ลงทุนไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย  เช่นลงทุนเล็กน้อยเพื่อทำงานใหญ่ซึ่งต้องใช้เงินมาก ๆ ย่อมไม่อาจสำเร็จได้ง่าย  ต้องสูญทุนไปเปล่า ๆ เปรียบเหมือนตำน้ำพริกเพียงครกเดียว  เอาไปละลายในแม่น้ำกว้างใหญ่  เมื่อละลายไปก็จะสูญหายไปหมดสิ้นไปทำให้แม่น้ำเกิดอะไรผิดปกติขึ้น  เสียน้ำพริกไปเปล่า ๆ.

ต้นไม้ตายเพราะลูก  : สำนวนนี้เอามาเปรียบได้กับ  พ่อแม่ที่ต้องเสียเพราะลูก  เช่นรักลูกมากจนยอมเสียสละชีวิต  หรือทรัพย์สินเพื่อลูก  ตามที่ว่า  " ต้นไม้ตายเพราะลูก "  ก็โดยที่ว่าต้นไม้บางชนิด  เมื่อมีลูกหรือมีดอกผลมักจะตาย  หรือโคนเพราะคนมาเก็บ  หรือเมื่อออกดอกผลแล้ว  เหี่ยวเฉาตายไปเองก็มี.

ตักน้ำใส่กะโหลก  ชะโงกดูเงา  : สำนวนนี้เป็นคำเปรียบเปรย  หรือเป็นเชิงเตือนสติคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง  หรือคนที่ทะเยอทะยานทำตนเสมอกับคนที่สูงกว่า  ให้รู้จักยั้งคิดว่าฐานะของตนเองเป็ยอย่างไรเสียก่อน  จึงค่อยคิดทำเทียมหน้าเขา  ความหมายทำนองเดียวกับที่ว่า  " ส่องกระจกดูเงาของตัวเองเสียก่อน "  สำนวนนี้  ผู้หญิงสูงศักดิ์มักจะใช้เป็นคำเปรียบเปรยเย้ยหยันผู้ชายที่มีฐานะต่ำต้อยกว่า.

 

เตี้ยอุ้มค่อม  :  เป็นสำนวนที่หมายถึง  คนที่มีฐานะยากจนอยู่แล้ว  ยังอุตส่าห์ไปช่วยคนที่ยากจนกว่าตนเข้าอีก  เท่ากับ  " เตี้ยอุ้มค่อม "  คือ  ยิ่งทำให้ตัวเองแย่ลงไปอีก  หรือจะเปรียบได้อีกทางหนึ่งว่าคนที่ทำงานหรือทำอะไรเป็นภาระใหญ่มากมายเกินสติกำลังของตน  ซึ่งไม่แน่ว่าจะทำไปได้ตลอดหรือไม่.

ตัวเป็นขี้ข้า  อย่าให้ผ้าเหม็นสาบ  : สำนวนนี้เป็นสุภาษิตเก่าแก่  ที่สอนให้คนเราประพฤติชอบแต่ในทางที่ดีไม่ให้ประพฤติตนไปในทางเสื่อมเสีย  แม้จะมีฐานะยากจน  เป็นตนใช้หรือลูกจ้างเขาก็ตามแต่  ก็ต้องรักษาความดีความซื่อสัตว์  รวมทั้งความสะอาดกายไปในตัวด้วย  อย่าปล่อยตัวเองให้ตกเป็นทาสของความชั่ว.
ตัวตายดีกว่าชาติตาย  :  สำนวนนี้เป็นสำนวนปลุกใจที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว  มีความหมายไปในทางให้คนเรารักประเทศชาติหรือบ้านเมืองของตนเองให้มั่น  เมื่อยามมีศัตรูมารุกรานบ้าเมืองก็พร้อมที่จะพลีชีวิตร่วมกันต่อสู้เพื่อป้องกันประเทศโดยยอมให้ตนเองตายดีกว่าชาติหรือประเทศต้องถูกทำลายลง.

ตักน้ำรดหัวตอ  :  สำนวนนี้  โบราณใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงการที่เราจะตักเตือน  หรือสั่งสอนใครสักคนหนึ่งแต่คนนั้นไม่ยอมรับ  หรือไม่เชื่อฟังคำเรา  เปรียบได้กับการที่เราเฝ้าหมั่นรดน้ำหัวตอของต้นไม้  เพื่อหวังจะให้งอกงามขึ้นมาได้  ความหมายอย่างเดียวกับสำนวนพังเพยที่ว่า  " ตักน้ำรดหัวสากล "  และ  " สีซอให้ควายฟัง ".

ตาบอดได้แว่น  :  สำนวนนี้ประโยคควบคู่อยู่ด้วยอีกสองประโยคคือ  " หัวล้านได้หวี  นิ้วด้วนได้แหวน "  มีความหมายอย่างเดียวกัน  คือหมายถึง  การได้ในสิ่งที่มีประโยชน์แก่ตนเองเลยแม้แต่น้อย  เพราะคนศรีษะล้านย่อมไม่มีผมจะหวี  และคนตาบอดถึงจะใส่แว่นก็มองไม่เห็นเพราะแว่นไม่ช่วยให้คนตาบอดกลับเห็นได้.
ตีตนไปก่อนไข้  :  สำนวนคำพังเพยนี้หมายถึง  การได้ข่าวหรือได้แต่เพียงรู้ว่า  จะมีอะไรที่ไม่ดี  หรือข่าวร้ายเกิดขึ้นกับตัว  โดยที่ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้  แต่ก็ชิงแสดงอาการทุกข์ร้อนหวาดกลัว  หรือวิตกกังวลไปเสียก่อนแล้ว  ทำให้หมดกำลังใจหรือกำลังความคิดที่จะคิดป้องกันไว้ก่อน  เรียกว่าไข้ยังไม่ทันมาถึงเลย  ตัวเองก็ชิงเป็นไข้เสียก่อน  เพราะความกระวนกระวายหรือตกใจนั่นเอง.
ตีงูให้หลังหัก  :  คำพังเพยสำนวนนี้  เป็นคำเตือนสติให้เราได้รับรู้ว่า  เมื่อจะทำอะไรก็ต้องตัดสินใจทำโดยเด็ดขาดหรือจริงจังลงไป  อย่าทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ มิฉะนั้นผลร้ายจะเกิดขึ้นได้ภายหลัง  เปรียบได้กับการที่จะตีหรือกำจัดงูพิษ  เราก็ต้องตีให้ตาย  หรือให้ถึงขนาดหลังหักไปเลย  มันจะได้สิ้นฤทธิ์กลับมาทำร้ายเราไม่ได้.
เต่าใหญ่ไข่กลบ  :  เป็นสำนวนที่หมายความว่า  การทำอะไรที่เป็นพิรุธแล้วพยายามจะกลบเกลื่อนไม่ให้คนอื่นรู้  สำนวนนี้เอาเต่ามาเป็นคำเปรียบเทียบก็เพราะธรรมชาติของเต่าใหญ่  เช่น  เต่าตนุเวลาจะวางไข่  ก็คลานขึ้นมาบนหาดทราย  แล้วคุ้ยทรายให้เป็นหลุมเพื่อไข่  พอไข่เสร็จก็คุ้ยทรายกลบไข่เสีย  เพื่อซ้อนไข่ของตนให้พ้นจากศัตรู  หรือคนลักไปทำลาย.