สุภาษิต และ สำนวนไทย

-  -  - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ปลาใหญ่กินปลาเล็ก  :  หมายถึง  คนที่มีอำนาจราชศักดิ์หรือเป็นใหญ่เป็นโตก็ย่อมข่มคนที่เป็นผู้น้อยกว่าได้หรือจะเปรียบเอาว่า  คนที่มีกำลังน้อยกว่าก็ย่อมมีภาษีเหนือกว่าคนที่อ่อนแอได้  ตามหลักธรรมดาทั่วไปที่ว่า  " ปลาใหญ่กินปลาเล็ก "  และ  " ปลาเล็กตอนปลาน้อย "  กินกันเป็นทอด ๆ ไป.
ปลาข้องเดียวกัน  ตัวหนึ่งเน่า  ก็พลอยพาให้เหม็นไปด้วย  :  สำนวนนี้ค่อนข้างจะยาวไปสักหน่อย  แต่ก็เป็นที่จำได้ง่าย  หรือใช้กันทั่วไป  มีความหมายว่า  คนที่อยู่ร่วมกัน  ถ้าคนใดคนหนึ่งทำมิดี  หรือทำชั่วก็พลอยให้คนอื่น ๆ ที่อยู่ร่วมกันเสียไปด้วย.
ปลาตกน้ำตัวโต  : เป็นสำนวนที่หมายถึง  การทำสิ่งใดที่เสียหรือสูญหายไปเพียงเล็กน้อย  แต่พลอยเพิ่มเติมว่า  ของที่สูญไป  นั้นมีราคามากกว่าความจริง เป็นการเอาปลาที่ตกน้ำ  แล้วว่ายหายไป  มาเปรียบเทียบเพราะไม่มีใครเห็นขนาดแท้จริงของปลา.
ปลาติดหลังแห  :  สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า  " ปลาติดร่างแห "  แต่ที่ถูกต้องเป็น  " ปลาติดหลังแห "  เพราะมีความหมายว่า  คนที่ต้องพลอยมีส่วนเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้อง  หรือรับเคราะห์ร่วมกับคนอื่น ๆ ด้วยโดยที่ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่นิด  เช่น  พลอยถูกจับร่วมไปกับวงการพนัน  โดยที่ตนไม่ได้ร่วมวงเล่น  แต่บังเอิญผ่านเข้าไปทาวนั้น  คำว่า  " ติดหลังแห "  หมายถึงปลาที่คอยติดอยู่นอกแหขึ้นมาเวลาสาวแหขึ้นจากน้ำ.
ปลาหมอตายเพราะปาก  : หมาถึงคนที่ชอบพูดพล่อย ๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือพูดแสดงความอวดดี  จนตัวเองต้องรับเคราะห์ก็เพราะปากของตนเอง  สำนวนนี้มาจากปลาหมอที่อยู่ในลำน้ำ  มักชอบผุดขึ้นฮุบเหยื่อหรือน้ำบ่อย ๆ จนเป็นที่สังเกตของนักจับปลาได้ว่า  ปลาหมออยู่ตรงไหน  ก็เอาเบ็ดล่อลงไปรงนั้นไม่ค่อยพลาด  จึงเรียกว่า  ปลาหมอตายเพราะปาก.
ปล่อยเสือเข้าป่า  ปล่อยปลาลงน้ำ  : สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสองประโยคที่ว่า  การปล่อยให้บุคคลสำคัญ  หรือศัตรูที่เราจับได้กลับไปสู่แห่ลงเดิมของมัน  เพราะเสือย่อมอยู่ในป่า  และปลาอยู่ในน้ำ  เมื่อมันกลับสู่รังธรรมชาติของมันแล้ว  กำลังวังชาของมันก็ย่อมมีขึ้นอย่างเดิม  มันอาจจะเป็นเหตุให้ศัตรูกลับมาคิดแก้แค้นเราได้ภายหลัง.
ปล่อยปลาไหลลงตม  : ความหมายอย่างเดียวกับ  "  ปล่อยเสือเข้าป่า  "  หรือ  " ปล่อยปลาลงน้ำ ".
ปลูกเรือนคล่อมตอ  : สำนวนนี้   หมาถึงการทำอะไรที่เป็นการล่วงล้ำหรือก้าวก่ายหรือทับสิทธิของอีกฝ่ายหนึ่ง  จะโดยรู้อยู่หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตามแต่อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความบาดหมางก็ได้.
ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่  ผูกอู่ตามใจผู้นอน  :  สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสองประโยค  เป็นสุภาษิตพังเพยที่สอนว่า  การทำอะไรก็ตามแต่จะต้องตามใจผู้ที่จะได้รับโดยตรง  เช่น  พ่อแม่ที่คิดจะหาสามีให้บุตรสาวของตนเอง  ก็ควรจะเลือกผู้ชายที่บุตรสาวของตนเอง  ก็ควรจะเลือกผู้ชายที่บุตรสาวของตนมีใจสมัคอยู่ด้วย  จึงจะชอบ.
ปลูกเรือนผิดคิดจนเรือนทลาย  : หมายถึง  การทำอะไรที่ผิดโดยไม่ไตร่ตรองแต่แรกจึงได้รับความเสียหายหนัก.
ปลูกเรือนพอตัว  หวีหัวพอเกล้า  : หมายความว่า  จะทำอะไรให้ทำหรือให้พอเหมาะพอสมควร  อย่าให้เกินสติปัญญา  หรือกำลังหรือฐานะของตนเองจนเกินไป  ทำนองเดียวกับสำนวนที่เปรียบเทียบไว้.
ปั้นน้ำเป็นตัว  :  สำนวนนี้  มักใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงคนที่พูดอะไรไม่เป็นเรื่องจริงหรือไม่มีมูล  เรียกว่าคนโกหกหรือปั้นเรื่องราวเก่ง  คือสามารถปั้นน้ำเหลว ๆ ให้เป็นตัวได้.
ปิดทองหลังพระ  :  หมายความว่า  การทำอะไรที่สำคัญ ๆ แต่ไม่มีคนมองเห็นสิ่งที่ตนเป็นผู้ทำ  จึงย่อมจะไม่ได้รับการยกย่องชมเชยเท่าที่ควร  เปรียบเอาการปิดทองหลังพระพุทธรูป  ซึ่งมักจะไม่มีใครเห็นด้านหน้าก่อน.
ปิดควันไฟไม่มิด  :  แปลว่า  การทำอะไรที่เป็นเรื่องอื้อฉาวหรือสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผย  ก็พยายามจะปกปิดไว้แต่ปิดไม่มิดหรือปิดไม่สำเร็จ.
ปิ้งปลาประชดแมว :  สำนวนนี้  ต่อท้ายกับสำนวนที่ว่า   " หุงข้าวประชดหมา  ปิ้งปลาประชดแมว "  หมายความว่า  การทำประชดหรือทำแดกดันที่กลับเป็นผลร้ายแก่ตนเอง  เพราะธรรมดาแมวชอบกินปลา  ถ้ายิ่งปิ้งปลาให้แมวกินแบบประชดมาก ๆ แมวก็ยิ่งชอบ  แต่ตัวคนทำประชดจะต้องเสียผลมากขึ้น.
ปากคนยาวกว่าปากกา  :  หมายความว่า  ปากคนเรานั้นพูดหรือเล่าลือออกไปได้ไกล  ถึงแม้ความจริงปากคนเราจะยื่นน้อยกว่าปากของกาก็ตาม  แต่การพูดอะไรต่ออะไรต่าง ๆ ไปได้ยาวกว่าปากกาอีกมาก.
โปรดสัตว์ได้บาป  :  สำนวนนี้  ต่อท้ายควบคู่กับสำนวนที่ว่า  " ทำคุณบูชาโทษ "  ความหมายดังที่ได้อธิบายไว้แล้ว  มักพูดติดต่อกันไปว่า  " ทำคูณบูชาโทษ  โปรดสัตว์ได้บาป.