|
ปลาใหญ่กินปลาเล็ก :
หมายถึง
คนที่มีอำนาจราชศักดิ์หรือเป็นใหญ่เป็นโตก็ย่อมข่มคนที่เป็นผู้น้อยกว่าได้หรือจะเปรียบเอาว่า
คนที่มีกำลังน้อยกว่าก็ย่อมมีภาษีเหนือกว่าคนที่อ่อนแอได้
ตามหลักธรรมดาทั่วไปที่ว่า
" ปลาใหญ่กินปลาเล็ก "
และ "
ปลาเล็กตอนปลาน้อย "
กินกันเป็นทอด ๆ ไป.
ปลาข้องเดียวกัน
ตัวหนึ่งเน่า
ก็พลอยพาให้เหม็นไปด้วย
: สำนวนนี้ค่อนข้างจะยาวไปสักหน่อย
แต่ก็เป็นที่จำได้ง่าย
หรือใช้กันทั่วไป
มีความหมายว่า
คนที่อยู่ร่วมกัน
ถ้าคนใดคนหนึ่งทำมิดี
หรือทำชั่วก็พลอยให้คนอื่น
ๆ
ที่อยู่ร่วมกันเสียไปด้วย.
ปลาตกน้ำตัวโต : เป็นสำนวนที่หมายถึง
การทำสิ่งใดที่เสียหรือสูญหายไปเพียงเล็กน้อย
แต่พลอยเพิ่มเติมว่า
ของที่สูญไป
นั้นมีราคามากกว่าความจริง
เป็นการเอาปลาที่ตกน้ำ
แล้วว่ายหายไป
มาเปรียบเทียบเพราะไม่มีใครเห็นขนาดแท้จริงของปลา.
ปลาติดหลังแห :
สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า
" ปลาติดร่างแห "
แต่ที่ถูกต้องเป็น "
ปลาติดหลังแห "
เพราะมีความหมายว่า
คนที่ต้องพลอยมีส่วนเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้อง
หรือรับเคราะห์ร่วมกับคนอื่น
ๆ
ด้วยโดยที่ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่นิด
เช่น
พลอยถูกจับร่วมไปกับวงการพนัน
โดยที่ตนไม่ได้ร่วมวงเล่น
แต่บังเอิญผ่านเข้าไปทาวนั้น
คำว่า " ติดหลังแห "
หมายถึงปลาที่คอยติดอยู่นอกแหขึ้นมาเวลาสาวแหขึ้นจากน้ำ.
ปลาหมอตายเพราะปาก : หมาถึงคนที่ชอบพูดพล่อย
ๆ
รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือพูดแสดงความอวดดี
จนตัวเองต้องรับเคราะห์ก็เพราะปากของตนเอง
สำนวนนี้มาจากปลาหมอที่อยู่ในลำน้ำ
มักชอบผุดขึ้นฮุบเหยื่อหรือน้ำบ่อย
ๆ
จนเป็นที่สังเกตของนักจับปลาได้ว่า
ปลาหมออยู่ตรงไหน
ก็เอาเบ็ดล่อลงไปรงนั้นไม่ค่อยพลาด
จึงเรียกว่า
ปลาหมอตายเพราะปาก.
ปล่อยเสือเข้าป่า
ปล่อยปลาลงน้ำ :
สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสองประโยคที่ว่า
การปล่อยให้บุคคลสำคัญ
หรือศัตรูที่เราจับได้กลับไปสู่แห่ลงเดิมของมัน
เพราะเสือย่อมอยู่ในป่า
และปลาอยู่ในน้ำ
เมื่อมันกลับสู่รังธรรมชาติของมันแล้ว
กำลังวังชาของมันก็ย่อมมีขึ้นอย่างเดิม
มันอาจจะเป็นเหตุให้ศัตรูกลับมาคิดแก้แค้นเราได้ภายหลัง.
ปล่อยปลาไหลลงตม : ความหมายอย่างเดียวกับ
" ปล่อยเสือเข้าป่า
" หรือ "
ปล่อยปลาลงน้ำ ".
ปลูกเรือนคล่อมตอ : สำนวนนี้
หมาถึงการทำอะไรที่เป็นการล่วงล้ำหรือก้าวก่ายหรือทับสิทธิของอีกฝ่ายหนึ่ง
จะโดยรู้อยู่หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตามแต่อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความบาดหมางก็ได้.
ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่
ผูกอู่ตามใจผู้นอน :
สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสองประโยค
เป็นสุภาษิตพังเพยที่สอนว่า
การทำอะไรก็ตามแต่จะต้องตามใจผู้ที่จะได้รับโดยตรง
เช่น
พ่อแม่ที่คิดจะหาสามีให้บุตรสาวของตนเอง
ก็ควรจะเลือกผู้ชายที่บุตรสาวของตนเอง
ก็ควรจะเลือกผู้ชายที่บุตรสาวของตนมีใจสมัคอยู่ด้วย
จึงจะชอบ.
ปลูกเรือนผิดคิดจนเรือนทลาย
: หมายถึง
การทำอะไรที่ผิดโดยไม่ไตร่ตรองแต่แรกจึงได้รับความเสียหายหนัก.
ปลูกเรือนพอตัว
หวีหัวพอเกล้า : หมายความว่า
จะทำอะไรให้ทำหรือให้พอเหมาะพอสมควร
อย่าให้เกินสติปัญญา
หรือกำลังหรือฐานะของตนเองจนเกินไป
ทำนองเดียวกับสำนวนที่เปรียบเทียบไว้.
ปั้นน้ำเป็นตัว :
สำนวนนี้
มักใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงคนที่พูดอะไรไม่เป็นเรื่องจริงหรือไม่มีมูล
เรียกว่าคนโกหกหรือปั้นเรื่องราวเก่ง
คือสามารถปั้นน้ำเหลว ๆ
ให้เป็นตัวได้.
ปิดทองหลังพระ :
หมายความว่า
การทำอะไรที่สำคัญ ๆ
แต่ไม่มีคนมองเห็นสิ่งที่ตนเป็นผู้ทำ
จึงย่อมจะไม่ได้รับการยกย่องชมเชยเท่าที่ควร
เปรียบเอาการปิดทองหลังพระพุทธรูป
ซึ่งมักจะไม่มีใครเห็นด้านหน้าก่อน.
ปิดควันไฟไม่มิด :
แปลว่า
การทำอะไรที่เป็นเรื่องอื้อฉาวหรือสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผย
ก็พยายามจะปกปิดไว้แต่ปิดไม่มิดหรือปิดไม่สำเร็จ.
ปิ้งปลาประชดแมว :
สำนวนนี้
ต่อท้ายกับสำนวนที่ว่า
" หุงข้าวประชดหมา
ปิ้งปลาประชดแมว "
หมายความว่า
การทำประชดหรือทำแดกดันที่กลับเป็นผลร้ายแก่ตนเอง
เพราะธรรมดาแมวชอบกินปลา
ถ้ายิ่งปิ้งปลาให้แมวกินแบบประชดมาก
ๆ แมวก็ยิ่งชอบ
แต่ตัวคนทำประชดจะต้องเสียผลมากขึ้น.
ปากคนยาวกว่าปากกา :
หมายความว่า
ปากคนเรานั้นพูดหรือเล่าลือออกไปได้ไกล
ถึงแม้ความจริงปากคนเราจะยื่นน้อยกว่าปากของกาก็ตาม
แต่การพูดอะไรต่ออะไรต่าง
ๆ
ไปได้ยาวกว่าปากกาอีกมาก.
โปรดสัตว์ได้บาป :
สำนวนนี้
ต่อท้ายควบคู่กับสำนวนที่ว่า
" ทำคุณบูชาโทษ "
ความหมายดังที่ได้อธิบายไว้แล้ว
มักพูดติดต่อกันไปว่า
" ทำคูณบูชาโทษ
โปรดสัตว์ได้บาป.
 |