สุภาษิต และ สำนวนไทย

-  -  - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สอนจระเข้ว่ายน้ำ  :  หมายถึงการชี้ทางหรือสอนให้คนที่เป็นอยู่แล้วให้เก่งหรือชำนาญขึ้นไปอีก  แต่มักมุ่งหมายโดยเฉพาะถึงการสอน  หรือแนะนำคนชั่วประพฤติไม่ดีส่วนมาก.
สอนหนังสือสังฆราช  : สำนวนนี้  แตกต่างกับการสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ  เพราะหมายถึงการสอนผู้ที่มีความรู้ดีเป็นเยี่ยมอยู่แล้ว  โดยที่ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นรู้หรือชำนาญดีกว่าตนเสียอีก  ความหมายใกล้เคียงกับสำนวนที่ว่า  " เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ".
สัญชาติสุนัข  อดขี้ไม่ได้  :  สำนวนนี้  ใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงคนที่ประพฤติชั่ว  ถึงจะเอามาอบรมเลี้ยงดูดีอย่างไร  ก็อดประพฤติเช่นเดิมไม่ได้  เปรียบได้กับสุนัขส่วนมากซึ่งชอบกินขี้อยู่เสมอ  แต่สมัยนี้เราไม่ค่อยจะได้เห็นดังว่า  ก็เพราะส้วมถ่ายอุจาระของเราสมัยนี้มิดชิดไม่ค่อยเรี่ยราดเหมือนสมัยก่อน.
สมภารกินไก่วัด  : เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่มุ่งหมายโดยเฉพาะ  ถึงผู้ชายที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ปกครองดูแลหญิงสาวหลาย ๆ คนภายในบ้านหรือภายในวงงาน  แล้วก็ถือโอกาสเกี้ยวพาเอาหญิงสาวเหล่านั้น  มาเป็นเครื่องเล่นของตนเสียโดยไม่เหมาะสม  อีกทางหนึ่งอาจหมายถึงผู้มีอำนาจในการปกครอง  ซึ่งชอบหาเศษหาเลยจากการ  " คอรัปชั่น "  ในหน้าที่ของตนเองก็ได้.
สร้างวิมานในอากาศ  : หมายถึง  การสร้างความฝันว่าตนเองจะต้องได้เป็นใหญ่หรือ มีเงินทองมั่งมีขึ้นแล้วจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้สมกับที่มีเงิน  โดยที่ความใฝ่ฝันนั้นยังไม่แน่ว่าจะได้รับสมจริงหรือเปล่า.
สาดน้ำรดกัน  :  เป็นสำนวนที่หมายถึงการทะเลาะทุ่มเถียงด่าทอโต้ตอบกันไปมา  ยังไม่ถึงขั้นที่ลงมือใช้อาวุธซึ่งเท่ากับว่า  เอาน้ำมาสาดรดกันให้ต่างคนต่างเปียกด้วยกันทั้งสองข้าง.
สาวไส้ให้กากิน : หมายถึง  การที่เอาความลับหรือเรื่องไม่ดีของตนเองหรือของพี่น้องของตนไปเปิดเผยให้คนอื่นฟัง  โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่ตนเองเลย.
สิบเบี้ยใกล้มือ  :  หมายความว่า  อะไรที่ควรจะไดและอยู่ใกล้หรือเป็นสิ่งที่คว้าได้ง่าย  ก็ควรจะคว้าไว้ก่อนดีกว่าที่จะมองข้ามไป  เพราะเห็นว่าเป็นของเล็กน้อยและไม่มุ่งเอาของใหญ่ข้างหน้า  โดยที่ยังมองไม่เห็นเค้าเลย.
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น  สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ  หมายความว่า  เรื่องที่เล่าจากปากคนมาก ๆ ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อถือทีเดียวนัก  ต้องเห็นด้วยตาเองเสียก่อนและถ้าจะให้แน่จริง ๆ แล้ว  ก็ต้องได้อยู่กับเหตุการณ์นั้นด้วย  หรือเรียกว่าได้สัมผัสด้วยมือของตนเองจริงๆ จึงจะเป็นของแน่นอน.
สิบคนเข้าไม่เท่าคนหนึ่งออก  : สำนวนนี้  หมายถึงคนในครอบครัวเรากับคนภายนอกบ้าน  คือคนที่อยู่กับเราภายในบ้านนั้นย่อมมีความสัมพันธ์และคุ้นเคยรู้อกรู้ใจกันมากับเราเป็นอย่างดี  หรือเปรียบได้กับคนที่ทำงาน  อยู่ในบังคับบัญชาของเรามานาน ๆ ย่อมจะมีความชำนาญในหน้าที่ต่าง ๆ เป็นอย่างดีเมื่อมีคนต้องออกไปแล้ว  คนจะหาคนมาอยู่ใหม่  แทนกี่สิบคนก็คงสู้คนเก่าที่ออกไปไม่ได้.
สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง  : สำนวนนี้  เนื่องจากว่าคนไทยในสมัยก่อน ๆ ถือว่า  การเป็นพ่อค้าหรืออาชีพค้าขายนั้น  สู้รับราชการขุนนางหรือข้าราชการไม่ได้  เพราะเหตุที่คนไทยในสมัยก่อนยังไม่มีความชำนาญในทางค้าขายดีพอ  เมื่อไปทำมาค้าขายเข้า  ก็มักประสบกับการขาดทุนมากกว่ากำไร สู้เป็นขุนนางหรือเป็นข้าราชการไม่ได้  เพราะพระเจ้าแผ่นดินหรือรัฐบาลชุบเลี้ยงให้มีเงินเดือน  ซึ่งเท่ากับว่ามีแต่ทางได้ไม่มีทางขาดทุน.
สิบรู้ไม่เท่าชำนาญ  :  หมายความว่า  ความรู้ต่าง ๆ ที่ร่ำเรียนมาทางหนังสือนั้น  ถึงจะเรียนมามากเพียงไรก็สู้ความชำนาญที่ได้จากการปฏิบัติหรือประสบการณ์ด้วยตนเองมาก ๆ ไม่ได้  เรียกว่า  เรียนรู้แต่ภาคทฤษฎี  แต่พอลงมือปฏิบัติเข้าจริง ๆ แล้วกลับไม่ค่อยได้เรื่อง  สู้คนที่เขาเรียนปฏิบัติจากของจริงมาก่อนไม่ได้.

สีซอให้ควายฟัง  :  เป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงคนโง่เง่าหรือปัญญาทึบ  ซึ่งแม้เราจะพร่ำสอนพร่ำบอกอย่างไรก็ไม่ได้เรื่อง  หรือเปรียบได้กับคนที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอน  หรือคำแนะนำชี้แจงของผู้ที่รู้ทำให้ผู้อุตส่าห์แนะนำต้องเปล่าประโยชน์  หรือเสียเวลาในการไปคอยชี้แนะนำ.

สี่ตีนยังรู้พลาด  นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง  :  สำนวนนี้ มักจะใช้กันมาก  เพราะเป็นสำนวนสุภาษิตที่เตือนใจให้คนเราอย่าทระนงหรือประมาท  ไม่ว่าจะมีความรู้หรือปัญญาฉลาดปราดเปรื่องสักแค่ไหนถ้าประมานก็มีวันพลาดท่าเสียทีเขาลงได้  เพราะอุปมาเอาว่า " สี่ตีนยังรู้พลาด  นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง "  เราผู้เป็นคนธรรมดาสามัญหรือมีความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยิ่งจะมีทางพลาดพลั้งลงได้ง่าย  โดยมีสำนวนต่อท้ายว่า  " สองตีนโด่เด่  คงจะเซลงมาบ้าง "
สุกหัวกินหัว  สุกหางกินหาง  :  สำนวนนี้  มีความหมายทำนองเดียวกับ  " สิบเบี้ยใกล้มือ "  คือ  ได้สิ่งไหนก่อนหรือง่ายก็ควรคว้าเข้าไว้  ไม่ควรรีรอเลือกมากเกินไป  อาจจะชวดหรือไม่ได้เลยก็ได้  เปรียบกับปิ้งปลาเป็นอาหาร  คือ เห็นว่า  สุกหัวกินหัว  สุกหางกินหาง  ไม่ต้องรอให้ปลาสุกทั้งตัวจะช้าการไป.
สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร  :  สำนวนนี้เป็นคำพังเพยที่ระบุถึงอบายมุขทั้ง ๔ คือ สุรา (เหล้า )  นารี (ผู้หญิง : มักเจาะจงถึงผู้หญิงคนเที่ยว )  พาชี  ( ม้าแข่ง )  กีฬาบัตร ( การพนัน จำพวก ไพ่ เช่น ไพ่ป๊อก ไพ่ตอง )  ว่าเป็นเหตุแห่งความฉิบหายของผู้ชายเราถ้าใครลงไปมั่วสุมเข้า  หรืออีกทางหนึ่งหมายถึง  คนที่เป็นนักเลงถึงพร้อม ๔ อย่าง  หรือเกือบทุกอย่างซึ่งเรียกว่าเป็นนักเลงเต็มตัว  แต่ไปในทางไม่ดีนัก. 
เส้นผมบังภูเขา  : หมายความว่า  เป็นเรื่องที่ทำให้ต้องเสียเวลาคิดค้นหรือแก้ไขเกือบตาย  แต่แท้จริงแล้วเป็นเรืองที่มีปัญหาอยู่นิดเดียว  ซึ่งมองข้ามไป  เลยทำให้เป็นเรื่องใหญ่หรืออีกทางหนึ่ง  หมายความว่าเอาเรื่องเล็กน้อยมาบังหน้าเสีย  เพื่อหลอกให้อีกฝ่ายเข้าใจเขวไป  จนเลยไม่ทันคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่เสียการ.
สี้ยมเขาควายให้ชนกัน  : หมายความว่า  ยุยงให้เขาเกิดวิวาทบาดหมางกันแบบ  " ยุให้รำ ตำให้รั่ว " (คำว่า " เสี้ยม "  แปลว่า  ลับ  หรือทำให้เขาควายแหลมคมขึ้น  เพื่อจะให้เข้าไปขวิดกัน ).
ใส่ตะกร้าล้างน้ำ  :  สำนวนนี้ เป็นคำเปรียบเปรยถึงการทำให้คนที่มีมลทิน  หรือมีเรื่องเสียมาก่อนให้กลับเป็นคนดีหรือเป็นคนใหม่ที่บริสุทธิ์ขึ้นมา  เปรียบเหมือนเอาปลาที่เหม็นคาว  หรือมีกลิ่นมาใส่เกลือแช่สักพัก  แล้วเอาใส่ตะกร้าล้างน้ำโดยวิธีจุ่มสงขึ้นหลาย ๆ หนเพื่อให้หมดกลิ่น  สำนวนนี้มักใช้กับหญิงที่เสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว  หรือมีราคี  แล้วเอาชุบอบรมทำให้เป็นหญิงบริสุทธิ์คนใหม่เสีย.
ไส้เป็นหนอน  :  หมายถึง  ญาติพี่น้องหรือคนในบ้านของตนเองไม่ซื่อสัตย์คิดร้ายหรือทรยศ  ทำให้ตนต้องได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย  สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า  " หนอนบ่อนไส้ "  โบราณมักเอาคำว่า  " ไส้ "  มาเปรียบกับตัวเรา  ญาติพี่น้องวงศ์วาร  หรือความลับภายใน ,  เรื่องส่วนตัว ฯลฯ  เป็นส่วนมาก  เช่น  " ไส้กี่ขด ๆ "  ( หมายถึงความลับภายในหรือเรื่องส่วนตัว )  สาวไส้ให้กากิน , ไส้เป็นน้ำเหลือง  ฯลฯ.