|
อดเปรี้ยวกินหวาน :
หมายความว่า
ให้ละทิ้งสิ่งที่ไม่ดีนั้นเสีย
เพื่อรับเอาสิ่งที่ดีเข้าไว้
ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาอดใจรออยู่นาน
ก็ยังดีกว่า
เพราะผลที่จะได้รับข้างหน้านั้น
ย่อมดีกว่า.
|

|
อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย
ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น
:
สำนวนนี้มีความหมายอธิบายอยู่แล้ว
คือเมื่ออาศัยอยู่บ้านใคร
ก็อย่าอยู่เปล่า
ควรช่วยทำงานทำการให้เป็นประโยชน์ต่อเขาบ้าง
เพียงแค่เอาดินมาปั้นเป็นตุ๊กตาให้เด็ก
ๆ
ลูกหลานในบ้านท่านเล่นก็ยังดี
แต่ประโยคนี้
เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่า
เพียงแต่ช่วยดูแลเด็กเล็กในบ้านให้แก่ท่านผู้นั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์ดีกว่าอยู่เปล่า
ๆ. |
อ้อยเข้าปากช้าง
: หมายความว่า
สิ่งที่หลุดลอยไปเป็นของคนอื่นแล้ว
ก็ย่อมจะสูญหรือไม่มีทางจะได้คืนมาง่าย
ๆ
มักหมายถึงการที่เสียรู้หรือเสียประโยชน์ไปโดยถูกช่วงชิง
หรือโดยความผิดพลาดอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว
อย่าหวังจะได้กลับคืนมาทีเดียวนักเปรียบเหมือนอ้อยซึ่งเป็นอาหารโปรดของช้าง
เมื่อตกเข้าไปอยู่ในปากช้างแล้ว
"
ยากที่จะง้างออกมาได้
".
อัฐยายซื้อขนมยาย
:
หมายถึงกานได้รับประโยชน์หรืได้รับทรัพย์จากผู้ใดผู้หนึ่ง
แล้วเอาทรัพย์นั้นมาใช้กับผู้นั้นต่อ
เข้าทำนองที่ว่า
เอาเงินจากผู้นั้นมาแล้ว
กลับเอาเงินนั้นไปซื้อของมีค่าจากผู้นั้นอีกโดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
แต่คนนั้นกลับเป็นฝ่ายต้องเข้าเนื้อ
ตามความหมายตรงตัวของสำนวนอยู่แล้ว.
เอาจมูกคนอื่นมาหายใจ
: สำนวนนี้
บางทีก็ว่า "
ยืมจมูกคนอื่นเขามาหายใจ
"
มีความหมายไปในทำนองที่ว่า
อาศัยความคิดหรือแรงของคนอื่นมาทำงานให้ตน
โดยไม่คิดว่าจะได้รับผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่ากับที่ตนเองทำหรือไม่
และมักจะไม่ได้ผลดังที่ตนต้องการทีเดียวนัก.
เอาใจเขามาใส่ใจเรา
: สำนวนนี้
มุ่งให้คำนึงว่า
ควรจะมีความเห็นใจซึ่งกันและกัน
หรือนึกถึงอกเขาอกเราบ้าง
ว่าตัวเราจะรู้สึกอย่างไร
ถ้าเขาทำอย่างนั้นกับเรา.
เอาทองไปรู้กระเบื้อง
: สำนวนนี้
ความหมายอย่างเดียวกับ
" พิมเสนแลกกับเกลือ "
ความหมายว่า
ลดตัวเองลงไปต่อสู้กับคนที่ต่ำศักดิ์กว่า
โดยไม่คู่ควรกัน.
เอาหัวดินต่างตีน
:
จะทำให้แปลกพิสดารออกไปอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อ
หรือไม่เชื่อเป็นเด็ดขาด
แต่สำนวนนี้มักเอามาใช้เป็นคำพนันขันต่อ
เป็นทำนองว่า "
ถ้าลือทำได้ อั๊วยอม
เอาหัวเดินต่างตีน "
 |