.ปราชญ.์
ปราชญ์มิได้ใส่ใจในตน
ท่านถือเอาผู้อื่นเปรียบประดุจท่าน
กับคนดีท่านก็ทำดีด้วย
กับคนชั่วท่านก็ทำดีด้วย
ทั้งนี้เพื่อให้เขาเปลี่ยนเป็นคนดี
กับคนมีสัจจะท่านก็เชื่อถือ
กับคนไร้สัจจะท่านก็ยังเชื่อถือ
ทั้งนี้เพื่อให้เขาเปลี่ยนเป็นคนมีสัจจะ
ปราชญ์อยู่ในโลกอย่างสงบกลมกลืน
มีใจกรุณาต่อทกผู้คน
คนในโลกก็จะมีน้ำใจดีงาม
ท่านดูแลประชาชนเหมือนดังบุตรของตน.
.....................................................
.ปกครองด้วยการไม่ปกครอง.
มิได้ยกย่องคนฉลาด
ประชาราษฎร์ก็จะไม่แกร่งแย่งชิงดี
มิได้ให้คุณค่าแก่สิ่งของที่หายาก
ประชาราษฎร์ก็จะไม่ลักขโมย
ขจัดตัวตนแห่งความอยาก
ดวงใจแห่งประชาราษฎร์ก็จะบริสุทธิ์
ดังนั้นปราชญ์ย่อมปกครองโดย
ทำให้จิตใจของประชาราษฎร์...ว่าง...สะอาด
บำรุงเลี้ยงให้อิ่มหนำ
ตัดทอนความทะยานอยาก เสริมสุขภาพแห่งร่างกาย
ความคิดและความปรารถนาของประชาราษฎร์
ก็จะถูกชะล้างให้บริสุทธิ์
คนฉ้อฉลก็มิอาจหาญ
เข้ากระทำการทุจริต
ปราชญ์ย่อมปกครอง
โดยการไม่ปกครอง
ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็จะถูกปกครอง
และดำเนินไปอย่างมีระเบียบ.
..............................................................................................................
.ปกครองประเทศแห่งเต๋า.
การปกครองประเทศใหญ่เหมือนทอดปลาตัวน้อย
พิถีพิถันระมัดระวังแต่ไม่จำเป็นต้องนาน
ไม่จำเป็นต้องทอดนานปลาก็สุกได้ที่
ทอดปลาตัวน้อยจึงเป็นหลักในการปกครองประเทศใหญ่
ปกครองอาณาจักรด้วยหลักแห่งเต๋า
สิ่งชั่วร้ายจะไม่สำแดงอิทธิฤทธิ์
มิใช่อำนาจของสิ่งชั่วร้ายนั้นหมดสูญ
แต่เป็นเพราะอำนาจนั้นไม่อาจทำร้ายผู้คนได้อีก
ปราชญ์ก็เช่นกันมิได้ทำร้ายผู้คน
ไม่มีใครทำร้ายใคร
กระแสธารแห่งคุณความดีก็ไหลหลั่งท่วมท้น.
.........................................................................................................
.การลงโทษ.
ประชาราษฎร์ไม่หวั่นพรึงต่อความตาย
เหตุใดจึงพยายามเอาโทษประหารไปสยบ
และหากราษฎรกลังความตายจริง
เมื่อจับผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยการประหาร
เหตุใดจึงมีผู้กระทำผิดต่อไปอีก
มักจะมีผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการ
ทำหน้าที่ตัดสินลงโทษ
อยู่เหนือความเป็นความตายของผู้อื่น
ผู้ที่ดำรงตำแหน่งตุลาการ
เปรียบได้กับ
สามัญชนผู้ถือขวานไปตัดต้นไม้
แทนช่างไม้ผู้ยิ่งยง
ผู้ถือขวานแทนช่างไม้
ยากนักที่จะหนีพ้นบาดแผลจากคมขวาน.
..............................................................................................
.การลงโทษ.
ประชาราษฎร์ไม่หวั่นพรึงต่อความตาย
เหตุใดจึงพยายามเอาโทษประหารไปสยบ
และหากราษฎรกลังความตายจริง
เมื่อจับผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยการประหาร
เหตุใดจึงมีผู้กระทำผิดต่อไปอีก
มักจะมีผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการ
ทำหน้าที่ตัดสินลงโทษ
อยู่เหนือความเป็นความตายของผู้อื่น
ผู้ที่ดำรงตำแหน่งตุลาการ
เปรียบได้กับ
สามัญชนผู้ถือขวานไปตัดต้นไม้
แทนช่างไม้ผู้ยิ่งยง
ผู้ถือขวานแทนช่างไม้
ยากนักที่จะหนีพ้นบาดแผลจากคมขวาน.
..............................................................................................
.ไม่เข้ายุ่งเกี่ยว.
เมื่อราษฎรอดอยากยากแค้น
เพราะผู้ปกครองเก็บภาษีมากเกินไป
ราษฎรที่หิวโหยย่อมไม่อาจปกครองได้
นี่เกิดจากผู้ปกครองเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากเกินไป
ทำให้ปกครองพลเมืองไม่ได้
พลเมืองต่างไม่กลัวความตาย
เพราะความกระวนกระวายที่จะหาเลี้ยงชีพ
นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้เขาไม่กลัวตาย
ผู้ที่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของประชาราษฎร์
เท่ากับช่วยยกระดับชีวิตของราษฎรให้สูงขึ้น.
.......................................................................................................
.รัฐบาลที่เกียจคร้าน.
เมื่อรัฐบาลเกียจคร้านและโง่เขลา
ราษฎรก็มีความสุขและรุ่งเรือง
เมื่อรัฐบาลฉลาดและเข้มงวด
ราษฎรจะไม่ได้รับความพอใจและสงบสุข
หายนะคือหนทางของโชคลาภ
โชคลาภคือสิ่งปกปิดของหายนะ
ใครจะรู้ผลในบั้นปลายของมัน
เพราะมันไม่เคยมีหลักที่แน่นอน
ใครจะรู้ถึงคุณลักษณะของรัฐบาลที่ดี
อาจเป็นได้ด้วยการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวขัดขวาง
มิฉะนั้นธรรมะก็จะกลายเป็นเลห์ลวง
ความดีก็จะกลายเป็นความชั่ว
ผู้คนโง่งมในสิ่งเหล่านี้มานานแล้ว
ถึงแม้ปราชญ์จะมีหลักการที่มั่นคง
ท่านก็มิได้เที่ยวฟาดฟันผู้อื่น
มีความถูกต้องดีงาม
แต่ก็มิได้ข่มผู้อื่น
มีความชาญฉลาด
แต่ก็มิได้ต้อนผู้อื่นให้อับจน.
...................................................................................................
.หลักการสงวนกำลัง.
ในการบริหารกิจการบ้านเมือง
ไม่มีหลักบริหารใดดีไปกว่าการสงวนกำลัง
สงวนกำลังไว้เท่ากับเตรียมตัวพร้อมก่อน
เตรียมตัวพร้อมก่อนเท่ากับเพิ่มพูนความเข้มแข็ง
เพิ่มพูนความเข้มแข็งเท่ากับได้ชัยตลอดกาล
ได้ชัยตลอดกาลจึงมีความสามารถอันสุดหยั่งคาด
มีความสามารถสุดหยั่งคาดจึงเหมาะที่จะปกครองประเทศ
และหลักแห่งการบริหารประเทศนี้ย่อมยืนนาน
นี่คือรากฐานอันมั่นคง
เป็นพละกำลังอันกล้าแข็ง
เป็นหนทางไปสู่ความยั่งยืนและอมตะ.
.....................................................................................
.การไม่แข่งขัน.
ทหารที่กล้าหาญไม่ดุร้าย
นักสู้ที่ดีไม่โกรธง่าย
ผู้พิชิตที่ยิ่งใหญ่ไม่สู้ในเรื่องเล็กน้อย
ผู้รู้จักเลือกใช้คนได้ดีย่อมตั้งตนต่ำกว่าผู้อื่น
นี่คือคุณความดีของการไม่แข่งขันช่วงชิง
นี่คือความสามารถในการช่วงใช้คน
นำไปสู่สถานะอันสูงส่ง
เคียงคู่กับฟ้าอันมีมาแต่เก่าก่อน.
...............................................................................

|